ตามประเภทธุรกิจ

ร้านเล็กไม่มีงบโฆษณา จะทำการตลาดยังไงให้ได้ผล

รวมวิธีทำการตลาดแบบแทบไม่ใช้เงินสำหรับร้านเล็กในไทย ตั้งแต่กลุ่มเฟซบุ๊กท้องถิ่น LINE OA ไปจนถึงการจับมือร้านใกล้เคียง

อ่าน 7 นาที

ไม่มีงบไม่ได้แปลว่าทำการตลาดไม่ได้

เจ้าของร้านเล็กจำนวนมากเชื่อว่าการตลาดคือการจ้างอินฟลูเอนเซอร์หรือยิงโฆษณา ถ้าไม่มีเงินก็ทำอะไรไม่ได้ ความจริงแล้ว วิธีที่ได้ผลที่สุดสำหรับร้านเล็กหลายแห่งไม่ใช่การจ่ายเงินซื้อการมองเห็น แต่คือการใช้สิ่งที่มีอยู่แล้วให้เต็มที่ นั่นคือลูกค้าเดิม ความสัมพันธ์กับคนในพื้นที่ และความสม่ำเสมอ

บทความนี้รวมวิธีที่แทบไม่ต้องใช้เงินเลย แต่ต้องใช้เวลาและความสม่ำเสมอแทน ซึ่งสำหรับร้านเล็กที่มีเวลามากกว่าเงิน นี่คือการแลกเปลี่ยนที่คุ้มค่า

คอนเทนต์ออร์แกนิกที่ไม่ต้องเนียนเป๊ะ

ร้านเล็กไม่จำเป็นต้องมีคอนเทนต์สวยแบบสตูดิโอถ่ายโฆษณา สิ่งที่ลูกค้าในพื้นที่อยากเห็นคือความจริงและความเป็นกันเอง เช่น คลิปสั้น ๆ เบื้องหลังการทำของ ภาพลูกค้าที่มากินแล้วยิ้ม หรือโพสต์เล่าเรื่องราวของร้านแบบเป็นธรรมชาติ คอนเทนต์แบบนี้ถ่ายด้วยมือถือก็ได้ ไม่ต้องมีทีมโปรดักชัน

สิ่งสำคัญกว่าความสวยคือความสม่ำเสมอ โพสต์บ่อย ๆ แม้จะเรียบง่าย ดีกว่าโพสต์สวยแต่นาน ๆ ครั้ง เพราะอัลกอริทึมของแพลตฟอร์มส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับความสม่ำเสมอมากกว่าคุณภาพภาพเพียงอย่างเดียว

กลุ่มเฟซบุ๊กท้องถิ่น ขุมทรัพย์ที่มักถูกลืม

แทบทุกย่านในกรุงเทพและต่างจังหวัดมีกลุ่มเฟซบุ๊กท้องถิ่น เช่น กลุ่มซื้อขายในหมู่บ้าน กลุ่มคนย่านนั้น หรือกลุ่มแนะนำร้านอาหารในเขต การเข้าไปแนะนำร้านตัวเองอย่างจริงใจ ไม่ใช่โพสต์ขายของแบบสแปม แต่เล่าเรื่องราวหรือโปรโมชันที่เป็นประโยชน์กับคนในกลุ่มจริง ๆ มักได้ผลตอบรับดีกว่ายิงโฆษณาแบบกว้าง ๆ เพราะคนในกลุ่มเหล่านี้คือคนที่อยู่ใกล้ร้านและมีโอกาสเป็นลูกค้าจริงสูงกว่า

เทคนิคที่ได้ผลคือการให้ลูกค้าที่พอใจไปช่วยแชร์หรือรีวิวในกลุ่มเหล่านี้เอง เพราะคำแนะนำจากคนในพื้นที่ด้วยกันมีน้ำหนักความน่าเชื่อถือมากกว่าโพสต์จากเจ้าของร้านเอง

LINE OA ใช้คุยกับลูกค้าเดิม ไม่ใช่แค่ส่งโปรโมชัน

หลายร้านมี LINE Official Account แต่ใช้แค่ส่งโปรโมชันเป็นครั้งคราว ทั้งที่จริง ๆ แล้ว LINE OA เป็นเครื่องมือฟรีหรือต้นทุนต่ำที่ทรงพลังมากสำหรับการรักษาลูกค้าเดิม เพราะลูกค้าที่แอดไลน์ไว้แล้วคือคนที่เคยมาร้านและสนใจร้านคุณอยู่แล้ว การส่งข้อความหาคนกลุ่มนี้ถูกกว่าและได้ผลดีกว่าการหาลูกค้าใหม่มาก

วิธีใช้ให้ได้ผลคือ อย่าส่งแต่โปรโมชันลดราคา ให้สลับกับการแจ้งเมนูใหม่ เล่าเรื่องราวเบื้องหลัง หรือขอบคุณลูกค้าเป็นระยะ เพื่อไม่ให้ลูกค้ารู้สึกว่าแอดไลน์ร้านไว้แล้วมีแต่ข้อความขายของตลอดเวลาจนอยากบล็อก

ปากต่อปาก กระตุ้นได้ด้วยแรงจูงใจเล็ก ๆ

การบอกต่อแบบปากต่อปากยังคงเป็นการตลาดที่ทรงพลังที่สุดสำหรับร้านเล็ก แต่ไม่ต้องรอให้เกิดขึ้นเองแบบไม่มีการกระตุ้น ร้านสามารถออกแบบแรงจูงใจเล็ก ๆ เพื่อกระตุ้นให้ลูกค้าพอใจอยากบอกต่อได้ เช่น ส่วนลดสำหรับคนที่แนะนำเพื่อนมาใช้บริการ การ์ดสะสมแต้ม หรือของแถมเล็ก ๆ น้อย ๆ เมื่อลูกค้าแท็กร้านในโซเชียล

สิ่งสำคัญคือแรงจูงใจไม่จำเป็นต้องใหญ่ ขอแค่มีเหตุผลให้ลูกค้ารู้สึกว่าการบอกต่อมีประโยชน์กับตัวเขาด้วย ไม่ใช่แค่ประโยชน์กับร้านฝ่ายเดียว

จับมือกับร้านใกล้เคียง แทนที่จะแข่งกันอย่างเดียว

ร้านเล็กในย่านเดียวกันไม่จำเป็นต้องมองกันเป็นคู่แข่งเสมอไป การจับมือทำโปรโมชันร่วมกับร้านที่ขายสินค้าต่างประเภทแต่มีกลุ่มลูกค้าใกล้เคียงกัน เช่น ร้านกาแฟกับร้านขนม หรือร้านตัดผมกับร้านเสื้อผ้า สามารถช่วยแนะนำลูกค้าให้กันและกันได้โดยไม่ต้องเสียเงินโฆษณาเลย

รูปแบบง่าย ๆ ที่ทำได้คือ แจกคูปองส่วนลดร้านพันธมิตรให้ลูกค้าที่มาใช้บริการ หรือทำโปรโมชันร่วมในช่วงเทศกาล วิธีนี้ทำให้ทั้งสองร้านได้ฐานลูกค้าใหม่จากกันและกันโดยแทบไม่มีต้นทุนเพิ่ม

  • หาร้านที่ขายสินค้าต่างประเภทแต่ลูกค้ากลุ่มเดียวกัน
  • แลกคูปองส่วนลดหรือของแถมให้ลูกค้าของกันและกัน
  • ทำโปรโมชันร่วมช่วงเทศกาลหรืออีเวนต์ในย่าน
  • แชร์คอนเทนต์แนะนำร้านกันในโซเชียลมีเดีย

Google Business Profile ต้นทุนศูนย์บาทที่ไม่ควรมองข้าม

สำหรับร้านเล็กที่ไม่มีงบทำเว็บไซต์หรือโฆษณา Google Business Profile คือเครื่องมือฟรีที่ทรงพลังที่สุดอย่างหนึ่ง เพราะเป็นสิ่งแรกที่คนเห็นเมื่อค้นหาร้านผ่าน Google หรือ Google Maps การกรอกข้อมูลให้ครบ อัปเดตรูปภาพสม่ำเสมอ และตอบรีวิวลูกค้าทุกครั้งไม่ว่าจะดีหรือไม่ดี ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้คนที่ไม่เคยรู้จักร้านมาก่อนตัดสินใจลองง่ายขึ้นมาก

ร้านที่ตอบรีวิวอย่างสม่ำเสมอและมีรีวิวใหม่เข้ามาเรื่อย ๆ มักได้เปรียบในการค้นหาบน Google Maps มากกว่าร้านที่ปล่อยโปรไฟล์ทิ้งไว้เฉย ๆ ทั้งที่ทั้งสองร้านไม่ได้เสียค่าใช้จ่ายต่างกันเลย ต่างกันแค่ความสม่ำเสมอในการดูแล

สรุป งบน้อยไม่ใช่ข้ออ้าง แค่ต้องเลือกวิธีให้ถูก

ร้านเล็กที่ไม่มีงบโฆษณาก้อนใหญ่ยังทำการตลาดได้ผลดี ถ้าเลือกใช้เวลาและความสม่ำเสมอแทนเงิน ไม่ว่าจะเป็นคอนเทนต์ออร์แกนิก การใช้กลุ่มท้องถิ่น การดูแล LINE OA อย่างมีกลยุทธ์ การกระตุ้นปากต่อปาก การจับมือกับร้านใกล้เคียง หรือการดูแล Google Business Profile ทุกวิธีนี้ไม่ต้องใช้เงินมาก แต่ต้องใช้ความตั้งใจและทำต่อเนื่อง

และเมื่อร้านเริ่มมีลูกค้าประจำมากขึ้นจากวิธีเหล่านี้ การรู้ว่าจริง ๆ แล้วมีลูกค้าประจำที่กลับมาซ้ำกี่คน ก็ช่วยให้วัดผลได้ชัดเจนขึ้นว่าความพยายามที่ลงไปนั้นได้ผลจริงหรือไม่ แทนที่จะเดาจากความรู้สึกอย่างเดียว

ดูว่าร้านมีลูกค้าประจำที่ engaged จริงกี่คนจากรีวิว Google

เช็คลูกค้าประจำจริง →