วิธีตั้งค่า Google Business Profile ให้ลูกค้าเจอร้านคุณก่อนคู่แข่ง
สอนตั้งค่า Google Business Profile ทีละขั้นตอน ฟรีแต่คนไทยส่วนใหญ่ยังทำไม่ครบ พร้อมข้อผิดพลาดที่พบบ่อยและวิธีแก้ให้ร้านติดอันดับค้นหาท้องถิ่น
Google Business Profile คืออะไร ทำไมสำคัญกว่าที่คิด
Google Business Profile คือโปรไฟล์ธุรกิจฟรีที่ทำให้ร้านคุณโผล่ขึ้นมาเวลามีคนค้นหาใน Google Maps หรือ Google Search เช่น พิมพ์ 'ร้านทำผมแถวทองหล่อ' หรือ 'ร้านอาหารเปิดตอนนี้ใกล้ฉัน' คนที่ค้นแบบนี้คือคนที่พร้อมจะซื้อในเวลาไม่กี่นาทีข้างหน้า ไม่ใช่แค่ไถฟีดเล่นๆ
จุดที่แปลกคือมันฟรีสนิท ไม่ต้องเสียเงินสักบาท แต่ร้านเล็กจำนวนมากในกรุงเทพยังไม่เคยเคลมโปรไฟล์นี้เป็นของตัวเอง หรือเคลมไว้แล้วแต่ปล่อยว่างไม่อัปเดตอะไรเลย เท่ากับยกพื้นที่ตรงนั้นให้คู่แข่งที่ทำการบ้านมากกว่าไปฟรีๆ
ขั้นตอนตั้งค่าตั้งแต่ต้นจนจบ
เริ่มจากค้นหาชื่อร้านใน Google Maps ก่อนว่ามีโปรไฟล์อยู่แล้วหรือยัง ถ้ามีให้กด 'เคลมธุรกิจนี้' ถ้ายังไม่มีให้สร้างใหม่ผ่าน google.com/business จากนั้น Google จะขอให้ยืนยันตัวตนความเป็นเจ้าของ ซึ่งมักทำผ่านการส่งรหัสไปยังที่อยู่ร้านทางไปรษณีย์ หรือยืนยันผ่านโทรศัพท์ในบางกรณี
หลังยืนยันเสร็จ ให้กรอกข้อมูลให้ครบทุกช่อง ชื่อร้าน ที่อยู่ เบอร์โทร เวลาเปิดปิดที่ตรงกับความจริง เว็บไซต์ถ้ามี และคำอธิบายธุรกิจสั้นๆ ที่บอกว่าคุณขายอะไรและจุดเด่นคืออะไร อย่าปล่อยช่องไหนว่างถ้าไม่จำเป็น เพราะยิ่งข้อมูลครบ ยิ่งมีโอกาสถูกแสดงผลสูงขึ้น
รูปภาพ อาวุธฟรีที่ร้านส่วนใหญ่มองข้าม
โปรไฟล์ที่มีรูปภาพเยอะและเป็นรูปจริงมักถูกคลิกดูมากกว่าโปรไฟล์ที่มีแค่โลโก้หรือไม่มีรูปเลยอย่างเห็นได้ชัด ควรอัปโหลดรูปหน้าร้าน รูปภายใน รูปสินค้าหรือเมนู และถ้าเป็นไปได้ควรมีรูปทีมงานด้วย เพราะช่วยให้ร้านดูมีตัวตนจริง ไม่ใช่โปรไฟล์ปลอมหรือร้านที่เลิกกิจการไปแล้ว
อัปเดตรูปใหม่เรื่อยๆ อย่างน้อยเดือนละครั้ง เพราะ Google จะให้น้ำหนักกับโปรไฟล์ที่มีความเคลื่อนไหวสม่ำเสมอมากกว่าโปรไฟล์ที่นิ่งอยู่กับที่มาเป็นปี
การตอบรีวิว สิ่งที่ทำให้ต่างจากคู่แข่งจริงๆ
รีวิวคือหัวใจของ Google Business Profile เพราะมันมีผลทั้งต่อการตัดสินใจของลูกค้าและอันดับการค้นหา แต่สิ่งที่หลายร้านพลาดไม่ใช่แค่การไม่มีรีวิว แต่คือการมีรีวิวแล้วไม่เคยตอบกลับเลย ทั้งรีวิวดีและรีวิวแย่
การตอบรีวิวดีด้วยข้อความสั้นๆ ที่จริงใจ แสดงว่าร้านใส่ใจ ส่วนรีวิวแย่ยิ่งต้องตอบให้เร็วและสุภาพ เพราะคนอ่านรีวิวไม่ได้ดูแค่ว่ามีคนบ่นหรือเปล่า แต่ดูว่าร้านรับมือกับปัญหาอย่างไร ร้านที่ตอบรีวิวทุกแบบมักดูน่าเชื่อถือกว่าร้านที่มีแต่รีวิว 5 ดาวเงียบๆ โดยไม่มีการโต้ตอบใดๆ เลย
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุด
การเลือกหมวดหมู่ผิดคือข้อผิดพลาดที่ร้ายแรงที่สุดในบรรดาทั้งหมด เพราะมันกระทบตั้งแต่ต้นทางว่าใครจะเห็นร้านคุณเลย ควรเลือกหมวดหมู่หลักให้ตรงกับธุรกิจจริงที่สุด และใช้หมวดหมู่รองเพิ่มเติมได้ถ้าธุรกิจมีมากกว่าหนึ่งอย่าง
- เลือกหมวดหมู่ธุรกิจผิด เช่น ร้านกาแฟที่เลือกหมวด 'ร้านอาหาร' ทำให้ไม่ขึ้นตอนคนค้นหาคำว่ากาแฟ
- ไม่มีรูปภาพ หรือมีแต่รูปโลโก้
- เวลาเปิดปิดไม่ตรงความจริง ทำให้ลูกค้าไปแล้วร้านปิด
- ปล่อยรีวิวแย่ค้างไว้โดยไม่ตอบ
- ไม่เคยอัปเดตโพสต์หรือรูปใหม่เลยหลังจากสร้างโปรไฟล์ครั้งแรก
ทำไมมันสำคัญกว่าโฆษณาที่เสียเงินในหลายกรณี
โฆษณาแบบเสียเงินหยุดจ่ายเมื่อไหร่ก็หยุดแสดงผลทันที แต่ Google Business Profile ที่ตั้งค่าดีจะทำงานให้ตลอดเวลาโดยไม่มีค่าใช้จ่ายรายวัน คนที่ค้นหาแบบมีเจตนาซื้ออยู่แล้วอย่าง 'ใกล้ฉัน' มักตัดสินใจเร็วกว่าคนที่เห็นโฆษณาผ่านฟีดเฉยๆ
สำหรับร้านที่งบจำกัด การลงทุนเวลาไม่กี่ชั่วโมงตั้งค่าโปรไฟล์นี้ให้สมบูรณ์ มักให้ผลตอบแทนต่อชั่วโมงที่ใช้สูงกว่าการยิงโฆษณาในช่วงเริ่มต้นธุรกิจมาก
ขั้นต่อไปหลังจากตั้งค่าเสร็จ
เมื่อ Google Business Profile พร้อมแล้ว ขั้นต่อไปคือหาวิธีเก็บลูกค้าที่เจอร้านคุณครั้งแรกให้กลับมาซื้อซ้ำ ซึ่งเครื่องมือที่เหมาะกับคนไทยที่สุดคือ LINE Official Account เพราะแทบทุกคนใช้อยู่แล้วในชีวิตประจำวัน
ดูว่าร้านมีลูกค้าประจำที่ engaged จริงกี่คนจากรีวิว Google
เช็คลูกค้าประจำจริง →